นโยบายหลักคณะวนศาสตร์

กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี (พ.ศ.2551-2565) ของ สกอ. การประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ. การประเมินและจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ ก.พ.ร. การประเมินและจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของหนังสือพิมพ์ไทมส์ นโยบายการปฏิรูปทางการศึกษารอบสองหรือทศวรรษที่สองของรัฐบาล ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต่างๆ จะต้องแข่งขันกันด้านคุณภาพมากกว่าปริมาณ นอกจากนี้การเจรจาและการสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบและการแข่งขันที่รุนแรงกว่าเดิม กระผมคิดว่าระบบการศึกษาจะเข้าสู่ยุคการศึกษาไร้พรมแดนอย่างเต็มรูปแบบภายใน 6 ปีข้างหน้า

การพัฒนาคณะวนศาสตร์จึงจำเป็นที่ต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในทุกภูมิภาคควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจด้านต่างๆ ภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเรียนการสอนและการวิจัย ทั้งนี้เพื่อให้คณะวนศาสตร์เป็นที่ยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาวิชาการป่าไม้ในภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง และแม้ว่าคณะวนศาสตร์จะเป็นสถาบันการศึกษาวิชาการป่าไม้ชั้นสูงเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย แต่จำเป็นที่จะต้องกำหนดแนวทางของการพัฒนาให้มีความพร้อมในเชิงคุณภาพและสอดรับต่อการแข่งขันที่เกิดขึ้น การบริหารคณะวนศาสตร์ภายใต้นโยบายของกระผมจะให้ความสำคัญกับภารกิจด้านการเรียนการสอน : การวิจัย : การให้บริการวิชาการแก่สังคม : การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ในสัดส่วน 4 : 3 : 2 : 1 ตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้คณะวนศาสตร์มีศักยภาพในการผลิตบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณค่า สามารถที่จะแข่งขันกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ในระยะยาว แต่ก็มิได้เพิกเฉยต่อการปฏิบัติงานตามนโยบายทางการศึกษาของชาติที่มักมีการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติไปตามสมัยของรัฐบาลแต่อย่างใด ภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ที่กล่าวมาข้างต้น กระผมใคร่ขอนำเสนอนโยบายและแนวทางในการบริหารคณะวนศาสตร์แต่ละด้านดังนี้

1. นโยบายด้านการจัดการศึกษา
การจัดการศึกษาหรือการจัดการเรียนการสอนถือเป็นภารกิจหลักที่จะต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่และที่จะได้รับอย่างจำกัด ทั้งด้านคุณภาพของเนื้อหาวิชาในหลักสูตรทุกระดับ และกระบวนการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนความพร้อมของห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนแนวนโยบาย

1) เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรับผู้เข้าศึกษาต่อในคณะวนศาสตร์ทุกระดับการศึกษาเพื่อให้ได้ผู้เรียนที่มีศักยภาพสามารถเรียนจนจบในเวลาที่กำหนด โดย

· กำหนดสัดส่วนจำนวนนิสิตปริญญาตรีที่รับเข้าศึกษาตามระบบแอดมิชชันกลางกับระบบรับตรงหรือโควตาพิเศษ 50:50 โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการรับที่ชัดเจน และได้รับการปฏิบัติตามที่กำหนด

· กำหนดหลักเกณฑ์การรับนิสิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของแต่ละสาขาวิชารวมถึงกำหนดรายวิชาพื้นฐานสำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาต่อที่มิได้จบปริญญาวนศาสตร์ให้สอดคล้องกัน

2) เสริมสร้างประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน และส่งเสริมกิจกรรมวิชาการ โดย

· ปรับระบบงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาภายในให้เป็นงานประจำ เพื่อให้อาจารย์มีเวลามุ่งเน้นด้านการสอนและวิจัยอย่างได้เต็มที่

· ให้บุคลากรสายสนับสนุนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

· จัดเตรียมความพร้อมของห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และวัสดุครุภัณฑ์การสอน ให้เหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอนรายวิชาต่างๆ ของคณะฯ

· จัดระบบติดตามผลการเรียนของนิสิตอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการประชุมนิสิตแต่ละชั้นปีทุกปี เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการเรียนและหาแนวทางแก้ไขให้นิสิต

3) ส่งเสริมและให้การสนับสนุนกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เป็นการพัฒนาคุณภาพของนิสิตทุกระดับการศึกษา เพื่อให้เป็นบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรมในวิชาชีพ

4) แสวงหาความร่วมมือทางการศึกษาทั้งภายในและภายนอกประเทศ อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการ และง่ายต่อการเสาะแสวงหาทุนเพื่อศึกษา วิจัย ประชุมสัมมนา และฝึกอบรม สำหรับบุคลากรและนิสิต โดย

· ร่วมประชุมและดำเนินกิจกรรมทางวิชาการอย่างต่อเนื่องกับเครือข่ายทางการศึกษาภายในประเทศ เช่น สภาคณบดีสาขาการเกษตร เครือข่ายอุดมศึกษาเกษตรศาสตร์

· ร่วมประชุมและดำเนินกิจกรรมทางวิชาการอย่างต่อเนื่องกับสถาบันการศึกษาและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Asean University Network (AUN), CIFOR, APAFRI, ICRAF, FAO, IUFRO

2. นโยบายด้านการวิจัย

การสร้างผลงานวิจัยเปรียบเสมือนการผลิตที่จะต้องมีปัจจัยนำเข้าอันได้แก่งบประมาณ มีกระบวนการวิจัยอันได้แก่การบริหารจัดการงานวิจัยที่จะต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ และมีผลผลิตอันได้แก่รายงานผลของการวิจัยคิดค้น หน่วยงานที่รับผิดชอบการวิจัยควรที่จะต้องดำเนินการประสานองค์ประกอบการวิจัยทั้งสามเข้าด้วยกันด้วยความสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการนำผลงานวิจัยไปเผยแพร่เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บ่งบอกถึงคุณภาพ
ด้านงานวิจัยของหน่วยงานแนวนโยบาย

1) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นทั้งภายในและภายนอกประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเสาะแสวงหาแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัย รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อการวิจัย

2) ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัยให้สามารถดำเนินการวิจัยรวบรวมและเผยแพร่ผลงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบถ้วนตามกระบวนการวิจัย โดย

· เสริมสร้างศักยภาพให้นักวิจัยรุ่นใหม่ ในรูปของทุนวิจัยภายในคณะ และการหาทุนวิจัยจากภายนอกโดยมีนักวิจัยอาวุโสเป็นพี่เลี้ยง

· ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องแก่นิสิตระดับปริญญาโทและเอกในการทำวิจัย และให้การสนับสนุนในการเขียนรายงานวิจัย และตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัย

3) ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือแก่บุคลากรในการเผยแพร่งานวิจัยในระดับนานาชาติตั้งแต่การติดต่อกับแหล่งตีพิมพ์ การจัดเตรียมต้นฉบับ การเรียบเรียบรายงานวิจัยเป็นภาษาต่างประเทศ โดย

· จัดให้มีบุคลากรคอยให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุนงานธุรการแก่อาจารย์/นักวิจัย

· ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่าย/เงินรางวัลแก่นักวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย

3. นโยบายด้านพัฒนาวิชาการและการบริการแก่สังคม

บทบาทและภารกิจของคณะวนศาสตร์มิได้มีเพียงแค่การให้การศึกษาและการวิจัย แต่ยังมีภาระหน้าที่ในการบริการทางวิชาการแก่สังคมและชี้นำสังคมในบางโอกาส บุคลากรถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าแก่คณะฯ มากกว่าทรัพยากรอื่นใด การมีโอกาสได้แสดงบทบาทและหน้าที่แก่สังคมถือเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้กับตัวบุคลากรเอง อันเป็นประโยชน์ที่คณะฯ จะได้รับในทางอ้อมอันเนื่องมาจากศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในตัวของบุคลากรที่จะสามารถนำความรู้และประสบการณ์กลับมาช่วยพัฒนาคณะฯ ได้แนวนโยบาย

1) ส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาวิชาการและงานบริการวิชาการแก่สังคมของบุคลากรทุกระดับและทุกสายงาน ทั้งนี้โดยจะต้องอยู่ในขอบเขตที่มิให้กระทบต่อภารกิจและหน้าที่หลัก

2) ดำเนินงานด้านพัฒนาวิชาการและการบริการวิชาการเชิงรุก ให้สามารถหารายได้เพิ่มเพื่อนำมาสนับสนุนภารกิจด้านการจัดการศึกษาและการวิจัย โดย

• จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการร่วมกับหน่วยงานด้านนโยบายและหน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบถึงความต้องการงานวิจัยและพัฒนาวิชาการ

• สนับสนุนการทำข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและบริการวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4. นโยบายด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

แนวนโยบาย

1) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านการเสริมสร้างเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

2) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี

5. นโยบายด้านงานบริหารทั่วไป

การที่จะปฏิบัติภารกิจทั้งสี่ของคณะวนศาสตร์ให้ลุล่วงเป็นผลสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรทุกท่านในทุกสายงาน จึงถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญของผู้บริหารที่จะต้องทำให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันขึ้นให้มากที่สุด วิธีคิดและวิธีปฏิบัติของผู้บริหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติภารกิจให้คณะวนศาสตร์เกิดความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนมากที่สุดแนวนโยบาย

1) ยึดหลักธรรมาธิบาลในการบริหารงาน ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง และไม่ใช้อำนาจในทางไม่ชอบหรือไม่เหมาะสม โดย

· นำข้อมูลภาระงานของบุคลากรมาประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน

· การขออนุมัติใช้จ่ายเงินของโครงการต่างๆ ที่รับผิดชอบโดยส่วนกลางของคณะฯ จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการประจำคณะ

2) รับฟังความคิดเห็นของบุคลากรทุกระดับและทุกสายงาน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน โดย

· ให้ตัวแทนอาจารย์ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเข้าร่วมในคณะกรรมการคณะฯ

· หยิบยกประเด็นสิทธิและสวัสดิการของพนักงานมาพิจารณาและนำเสนอต่อมหาวิทยาลัย

3) ส่งเสริมและให้การสนับสนุนให้อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนให้มีวุฒิการศึกษาและตำแหน่งทางวิชาการในระดับที่สูงขึ้น โดย

· แสวงหาแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาบุคลากรตามศักยภาพของบุคลากรเอง และตามความต้องการของคณะฯ/ภาควิชา ให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการงานที่รับผิดชอบและมีจิตสำนึกในการพัฒนาคุณธรรม

· อำนวยความสะดวกเรื่องงานเอกสารและขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการในระดับที่สูงขึ้น

4) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ และเพิ่มรายได้ให้กับคณะฯ โดย

· การใช้จ่ายเงินในการดำเนินงานต่างๆ จะดำเนินตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นไปตามแผนด้านการเงิน

· บริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น ห้องพัก สถานีฝึก ให้มีประสิทธิผลด้านการเพิ่มรายได้ให้กับคณะให้มากขึ้น